รายงานพิเศษ
แกน นำขบวนการกระแสหลักระดับกลางกลุ่มหนึ่ง เสนอแนะให้ขบวนการทุกกลุ่มรับการพูดคุยดับไฟใต้กับรัฐบาลไทย ปราศ จากข้อเรียกร้อง 5 ข้อ แต่ด้วยเงื่อนไขใหม่
และมาเลเซียซึ่ง เป็นผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยก็สนับสนุนให้ทุกขบวนการเข้าร่วมพูดคุยกับ ฝ่ายรัฐบาลไทย ถึงแม้ไม่มีข้อเรียกร้อง 5 ประการ เพราะต้องการให้ใช้โอกาสตอนที่รัฐบาลทหารที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในมือให้เป็น ประโยชน์ จะได้ทำอะไรที่สามารถตกลงกันได้ทั้งสองฝ่าย ผลักดันกระบวนการพูดได้เดินหน้าต่อไป
แกนนำขบวนการกระแสหลักระดับกลางอีกกลุ่มก็สนับสนุนการเข้าพูดคุยดับไฟใต้ปราศจากข้อเรียกร้อง 5 ข้อนี้
แต่ มาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยจะไม่บังคับขบวนการต่างๆ ให้ทำตามที่แนะนำ หากแต่จะปล่อยให้ตัดสินใจและพิจารณาเอง สิ่งที่มาเลเซียจะทำก็คือประสานงานทำความเข้าใจกับฝ่ายไทยถ้ามีการพูดคุยรอบ ใหม่โดยปราศจากข้อเรียกร้อง 5 ข้อ
อย่างไรก็ตามตอนนี้ยัง ไม่การเสนอเงื่อนไขใหม่แต่อย่างใด เพราะกำลังรอการประชุมของขบวนการต่างๆ ที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือน ม.ค.นี้ และกำลังรอความคืบหน้าการพูดคุยระหว่างมาเลเซียกับไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่นกัน
เมื่อพูดถึงการพูดคุยเพื่อดับไฟใต้กับขบวนการต่างๆ หนีไม่พ้นต้องพูดถึงขบวนการสามกลุ่มกระแสหลักคือ บีอาร์เอ็น หรือขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Melayu Patani/BRN)
พูโล หรือ องค์กรกู้เอกราชสหปาตานี (Patani United Liberation Organization/PULO) และ บีไอพีพี หรือ ขบวนการอิสลามปลดปล่อยปาตานี (Barisan Islam Pembebasan Patani/BIPP)
สาม กลุ่มนี้เป็นขบวนการกระแสหลักที่ได้รวมตัวเป็นหนึ่ง หรืออย่างน้อยมีการตกลงทำงานร่วมกันแล้ว (sepakat bekerjasama) ทั้งสามกลุ่มจะเข้าร่วมพูดคุยดับไฟใต้ระลอกที่สอง ถ้าสามารถ "คิกออฟ" ได้โดยไม่มีปัญหา
ส่วนขบวนการอื่นๆ มีแต่ชื่อแต่ตัวตนไม่มี หรือเกือบจะไม่มี เพราะถูกยุบไปหรือไม่มีบทบาทในสังคม 3 จังหวัดชายแดนใต้อีกแล้ว เพราะแกนนำเสียชีวิตหรือย้ายกลับไปอยู่กับสามกลุ่มกระแสหลักไปหมดแล้ว
2 ใน 3 ขบวนการกระแสหลักนี่ คือบีอาร์เอ็นและพูโล เคยเข้าร่วมพูดคุยดับไฟใต้มาแล้วในสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนบีไอพีพีถึงแม้ไม่ได้ร่วมเข้าพูด คุยมาก่อน แต่กลุ่มนี้สนับสนุนการพูดคุยที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีตัวแทนเป็นทางการเข้าร่วมการพูดคุยดับไฟใต้ระลอกใหม่นี้
ข้อ เสนอให้เข้าร่วมพูดคุยดับไฟใต้โดยปราศจากข้อเรียกร้อง 5 ข้อ แต่ด้วยเงื่อนไขใหม่ ไม่ใช่เพื่อใช้โอกาสรัฐบาลทหารที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในมือมาใช้ประโยชน์อย่าง เดียว
แต่เพราะข้อเรียกร้อง 5 ข้อนั้นเองรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้รับเอาไปพิจารณาเรียบร้อยและได้ปฏิบัติไปแล้วบางส่วน
4 ใน 5 ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่มีปัญหาหรือไม่น่าจะมีปัญหา เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาได้เอาไปปฏิบัติมาแล้วบางส่วน ที่เหลืออยู่ก็จะนำมาปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ต่อไป
บางอย่าง ก็ต้องใช้เวลาและรอความคืบหน้าการพูดคุยเพื่อนำมาปฏิบัตต่อไป เพราะกำลังหารือและวินิจฉัยร่วมกันอยู่บนโต๊ะการพูดคุย เป็นกฎสากลอยู่แล้วที่ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับข้อเรียกร้องในกรณีความขัดแย้ง ระหว่างฝ่ายเห็นต่างและรัฐบาลต้องผ่านโต๊ะการพูดคุย
สี่ข้อเรียกร้องที่ไม่มีปัญหาหรือไม่น่าจะมีปีญหา คือข้อ 1, 2, 3, และ 5 มีดังนี้
1. การพูดคุยต้องมีระหว่างขบวนการต่อสู้ชาวปาตานีที่นำโดยบีอาร์เอ็นกับทางรัฐบาลไทย
2.บีอาร์เอ็นเห็นพ้องต้องกันที่ให้มาเลเซียเป็นคนกลาง (Mediator) เปลี่ยนจากเป็นผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุย
3. ต้องมีผู้สังเกตการณ์จากประเทศสมาชิกอาเซียน สมาชิกโอไอซี และองค์กรเอ็นจีโอต่างๆ
5.รัฐบาลไทยต้องปล่อยตัวนักโทษการเมืองและยกเลิกหมายจับให้แก่นักต่อสู้ปาตานีทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข
ทราบ จากการพูดคุยกับแกนนำขบวนการต่างๆ และผู้ใหญ่ในรัฐบาลไทยที่เคยอยู่ในทีมการพูดคุยชุดก่อนว่าข้อที่ 1 ไม่มีปัญหาเพราะตัวแทนรัฐบาลไทยนั่งพูดคุยอยู่บนโต๊ะเดียวกับตัวแทนขบวนการ ต่างๆ เป็นการยอมรับบีอาร์เอ็น เป็นผู้นำการพูดคุยกับฝ่ายรัฐบาลไทยอยู่แล้ว
นอกจากนั้น การที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศตอนเยือนกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่ามาเลเซียเท่านั้นจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยดับไฟใต้ ก็เป็นการยอมรับบีอาร์เอ็นเป็นผู้นำการคุยเช่นกัน
เพราะ มาเลเซียจะไม่พารัฐบาลไทยหลงทางไปพูดคุยกับกลุ่มปลายแถว อย่างฝ่ายที่พยายามจะให้อินโดนีเซียมาเป็นผู้ให้ความสะดวกแทนมาเลเซีย ส่วนมาเลเซียรู้เหมือนทหารไทยรู้ว่าบีอาร์เอ็นนั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญใน การพูดคุยดับไฟใต้
ข้อที่ 2 มาเลเซียบอกว่าไม่จำเป็นต้องยกระดับจากการเป็นผู้อำนวยความสะดวกมาเป็นตัว กลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง เพราะก่อนหน้านี้มาเลเซียก็ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาความขัดแย้งใน มินดาเนา ตามการร้องขอของรัฐบาลฟิลิปปินส์ของนางกลอเรีย อาร์โรโย ก็ในฐานะเป็นผู้อำนวยความสะดวกเช่นกัน
เรื่องนี้ไม่น่าจะ เป็นประเด็นเลย ไม่สำคัญมาเลเซียจะเป็นผู้อำนวยความสะดวก หรือเป็นตัวกลาง ที่สำคัญคืองานที่ประเทศเพื่อนบ้านนี้จะทำคือช่วยเหลือประเทศไทยในการแก้ ปัญหาความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมามากกว่า 10 ปี อย่างถูกจุด
ข้อที่ 5. เกี่ยวกับการปล่อยตัวนักโทษการเมืองและยกเลิกหมายจับให้แก่นักต่อสู้ปาตานี โดยไม่มีเงื่อนไข รัฐบาลที่ผ่านมาก็ปฏิบัติแล้วจุดหนึ่ง ผู้ใหญ่บางคนก็บอกและชี้แจงให้แกนนำขบวนการต่างๆ ทราบผ่านมาเลเซียและฝ่ายอื่นๆ แต่ก็มีข้อบกพร่องและปัญหาที่แก้ไม่ได้ในเวลานั้น
การแก้ ปัญหานี้มีขั้นตอนมากมายและต้องใช้เวลานานพอสมควร ตัวอย่างการแก้ปัญหากับนักต่อสู้คอมมิวนิสต์ไทยและมาเลเซีย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ใช้คำสั่ง 66/2523 สมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มาล้างความผิดทางอาญาพวกเขา
ฝ่ายไทยเองมีคนที่ออกจากป่ามา เป็นคนใหญ่คนโตในเวทีการเมืองมากมาย บางคนได้เป็นรัฐมนตรีด้วย ถ้าล้างความผิดทางอาญาของนักต่อสู้คอมมิวนิสต์ได้ ทำไมจะล้างความผิดทางอาญาของนักต่อสู้ชาวมลายูปาตานีไม่ได้
ข้อ ที่ 4. มีปัญหาแน่นอน เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยอมรับสิทธิความเป็นเจ้าของหรือสิทธิอธิปไตย (hak pertuanan) ของชาวมลายูปาตานีเหนือดินแดนปาตานี ข้อนี้รัฐบาลไทยรับไม่ได้ถึงแม้บีอาร์เอ็นได้ส่งเอกสารมากกว่า 30 หน้าชี้แจงไปแล้ว
ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2556 อดีตหัวหน้าทีมการคุยพูดสันติภาพ อุสตาซ หะซัน ตอยิบ ให้สัมภาษณ์บีอาร์เอ็นส่งเอกสารชี้แจงข้อเรียกร้อง 5 ข้อผ่านผู้อำนวยความสะดวก และรัฐบาลไทยยอมรับ 4 ข้อ ยกเว้นที่เกี่ยวกับสิทธิความเป็นเจ้าของหรือสิทธิอธิปไตย
แต่ หะซันอ้างว่าบีอาร์เอ็นแค่ต้องการให้รัฐบาลยอมรับไปก่อน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีการถกเถียงบนโต๊ะการพูดคุยว่าอันไหนตกลงได้ และอันไหนตกลงไม่ได้ และที่สุดการพูดคุยก็หยุดกลางคัน
ผู้ สังเกตการณ์หลายคนคิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่ขบวนการและรัฐบาลไทยจะเสนอข้อเรียก ร้องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำไปปฏิบัติ เพราะทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในขั้นตอนการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน
ดู ประสบการณ์การเจรจาสันติภาพทั่วโลกจะเห็นได้ว่าช่วงเวลาของการสร้างความ เชื่อมั่นเป็นช่วงที่ยาวนานที่สุดในกระบวนการสันติภาพ ส่วนมากจะทำอย่างลับๆ
แต่สมัยนี้คิดว่าจะไม่ผิดที่จะมีการสร้างความเชื่อมั่น ระหว่างผู้เห็นต่างและรัฐบาลอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะในบริบทประเทศไทย และจังหวัดชายแดนภาคใต้
เพราะจะเป็นแรงบันดาลใจชักจูง ประชาชนจากหลากหลายชาติพันธุ์และศาสนาที่ห่างเหินอยู่ขณะนี้ อันเนื่อง จากได้รับผลกระทบประสบการณ์ความรุนแรงที่ยาวนานกลับเข้าหากัน และสร้างความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันด้วย
สุดท้ายผู้เขียนจะ อ้างจุดยืนล่าสุดสภาชูรอ หรือสภาสูงสุดของบีอาร์เอ็นเกี่ยวกับการพูดคุยดับไฟใต้ระลอกที่สอง มีแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับแกนนำสูงสุดบีอาร์เอ็นบอกว่าบีอาร์เอ็นพร้อมเข้า พูดคุยถ้าหากรัฐบาลไทยยอมรับข้อเรียกร้อง 5 ข้อ การพูดคุยต้องทำในกรอบที่เคยตกลงไว้กับรัฐบาลก่อน และจะต้องพูดคุยสันติภาพ ไม่ใช่การพูดคุยสันติสุข
แหล่งข่าวบอกว่าบีอาร์เอ็นเป็นขบวน การที่ยึดมั่นกับหลักการและเมื่อแกนนำสูงสุดประกาศไปแล้วจะไม่เปลี่ยนแปลง จุดยืนง่ายๆ เหมือนจุดยืนส่วนบุคคล
ทว่าแกนนำสูงสุดบีอาร์เอ็นไม่ได้คัดค้านการพูดคุยที่ไม่มีข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ด้วยเงื่อนไขใหม่ที่กลุ่มแกนนำชั้นกลางกำลังพิจารณาอยู่
No comments:
Post a Comment